ที่ตั้งสำนักงาน 781 ถนนสำราญชายโขงเหนือ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร 49000 โทร. 042661044

 

 

ข้อมูลน่ารู้

บุคลากร

พื้นที่รับผิดชอบ 3 จังหวัด
ประกอบด้วย จังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม จังหวัดบึงกาฬ


อำนาจหน้าที่
​รวบรวมข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย พัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยี ประสานและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับลุ่มน้ำและระดับท้องถิ่นในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบ จัดตั้งองค์กรบริหารจัดการน้ำในระดับลุ่มน้ำและระดับท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน พัฒนา เสริมสร้างขีดความสามารถ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับองค์กรระดับต่างๆ ติดตาม ประเมินผล ตลอดจนปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

แผนปฏิบัติราชการประจำปี
​แผนงานหลัก การดำเนินงานบริหารจัดการองค์กรลุ่มน้ำ 25 ลุ่มน้ำหลัก
​1) โครงการจัดตั้งและให้ความรู้กลุ่มผู้ใช้น้ำ (เครือข่ายใหม่)
​2) โครงการบริหารจัดการน้ำ (เครือข่ายเดิม)
​3) โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนบริหารจัดการและพัฒนาลุ่มน้ำแบบบูรณาการ
​4) โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพื้นฐานความรู้ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
​5) โครงการอนุรักษ์และพัฒนา แม่น้ำ คู คลอง โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน
​6) โครงการเผยแพร่ให้ความรู้และส่งเสริมจิตสำนึกด้านทรัพยากรน้ำ
​7) โครงการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อรับทราบข้อมูลและแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรน้ำในพื้นที่ (เวทีชาวบ้าน)
​8) โครงการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
พ.ศ.2548

ข้อมูลลุ่มน้ำในพื้นที่

ส่วนประสานและบริหารจัดการลุ่มน้ำโขงส่วนที่ 3 รับผิดชอบพื้นที่ลุ่มน้ำสาขา 11 ลุ่มน้ำสาขา พื้นที่รวม 20,928.9 ตร.กม. มีรายละเอียด    รายลุ่มน้ำสาขาดังนี้

 

ชื่อลุ่มน้ำสาขา

จังหวัด

พื้นที่ลุ่มน้ำประมาณ

(ตร.กม.)

1. แม่น้ำโขงส่วนที่ 7

บึงกาฬ  นครพนม

2,470.68

2. แม่น้ำสงครามตอนล่าง

สกลนคร  นครพนม

3,096.02

3. แม่น้ำสงครามตอนบน

สกลนคร  นครพนม

3,302.63

4. ลำน้ำยาม

สกลนคร  นครพนม

1,745.44

5. ลำน้ำอูน

สกลนคร  นครพนม

3,483.64

6. ห้วยน้ำทวย

สกลนคร  นครพนม

830.36

7. น้ำพุง

สกลนคร

963.78

8. ลำน้ำก่ำ

สกลนคร  นครพนม

2,502.75

9. แม่น้ำโขงส่วนที่ 8

นครพนม

1,090.93

10. ห้วยฮี้

บึงกาฬ  นครพนม

730.30

11. ห้วยคอง

บึงกาฬ

711.90

พื้นที่รวม

 

20,928.9

 

ในแต่ละพื้นที่ลุ่มน้ำสาขามีสภาพพื้นที่ ดังนี้

1. แม่น้ำโขงส่วนที่ 7

พื้นที่ลุ่มน้ำสาขา แม่น้ำโขงส่วนที่ 7 มีพื้นที่ประมาณ 2,470.68 ตร.กม. อยู่ในพื้นที่อำเภอโพนพิสัย อำเภอศรีวิไล อำเภอปากคาด อำเภอบึงกาฬ อำเภอบุ่งคล้า อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดหนองคาย อำเภอบ้านแพง อำเภอท่าอุเทน อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม  สามารถแบ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำย่อย ได้ 4 ลุ่มน้ำ คือ แม่น้ำโขงส่วนที่ 7 ตอนบน  แม่น้ำโขงส่วนที่ 7 ตอนกลาง ห้วยบังบาตร และแม่น้ำโขงส่วนที่ 7 ตอนล่าง

สภาพพื้นที่มีแม่น้ำสายหลัก คือ แม่น้ำโขงห้วยปากคาด ห้วยเป ห้วยอังฮา ห้วยกำแพง ห้วยบังบาตร ห้วยหนิง มีพื้นที่ชลประทานทั้งหมด 129,073 ไร่

 2. แม่น้ำสงครามตอนล่าง

พื้นที่ลุ่มน้ำสาขา แม่น้ำสงครามตอนล่าง มีพื้นที่ประมาณ 3,096.02 ตร.กม. อยู่ในพื้นที่อำเภอพรเจริญ อำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย อำเภอคำตากล้า อำเภออากาศอำนวย อำเภอวานรนิวาส อำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร อำเภอนาทม อำเภอบ้านแพง อำเภอศรีสงคราม อำเภอโพนสวรรค์ อำเภอท่าอุเทน อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม สามารถแบ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำย่อย ได้ 3 ลุ่มน้ำ คือ ห้วยซาง แม่น้ำสงครามตอนล่างส่วนที่ 1 ห้วยโนด แม่น้ำสงครามตอนล่างส่วนที่ 2 ห้วยน้ำเมา และแม่น้ำสงครามตอนล่างส่วนที่ 3

สภาพพื้นที่มีแม่น้ำสายหลัก คือ แม่น้ำสงคราม ห้วยซาง ห้วยโนด ห้วยน้ำเมา  มีพื้นที่ชลประทานทั้งหมด 77,261 ไร่

3. แม่น้ำสงครามตอนบน

พื้นที่ลุ่มน้ำสาขา แม่น้ำสงครามตอนบน มีพื้นที่ประมาณ 3,302.63 ตร.กม. อยู่ในพื้นที่อำเภอบ้านม่วง อำเภอเจริญศิลป์ อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร

 4. ลำน้ำยาม

พื้นที่ลุ่มน้ำสาขา ลำน้ำยาม มีพื้นที่ประมาณ 1,745.44 ตร.กม. อยู่ในพื้นที่อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม อำเภออากาศอำนวย อำเภอวานรนิวาส อำเภอเจริญศิลป์ อำเภอพรรณานิคม อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอส่องดาว อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร สามารถแบ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำย่อย ได้ 3 ลุ่มน้ำ คือ ลำน้ำยามตอนบน ห้วยโทง ลำน้ำยามตอนล่าง

สภาพพื้นที่มีแม่น้ำสายหลัก คือ ลำน้ำยาม ห้วยโทง มีพื้นที่ชลประทานทั้งหมด 49,400 ไร่

5. ลำน้ำอูน

พื้นที่ลุ่มน้ำสาขา ลำน้ำอูน มีพื้นที่ประมาณ 3,483.64 ตร.กม. อยู่ในพื้นที่อำเภอภูพาน อำเภอกุดบาก อำเภอนิคมน้ำอูน อำเภอวาริชภูมิ อำเภอพังโคน อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอวานรนิวาส อำเภอพรรณานิคม อำเภอเมือง อำเภอกุสุมาลย์ อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร สามารถแบ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำย่อย ได้ 4 ลุ่มน้ำ คือ ลำน้ำอูนตอนบน ห้วยปลาหาง ลำน้ำอูนตอนกลาง และลำน้ำอูนตอนล่าง

สภาพพื้นที่มีแม่น้ำสายหลัก คือ ลำน้ำอูน ห้วยปลาหาง มีพื้นที่ชลประทานทั้งหมด 372,505 ไร่

6. ห้วยน้ำทวย

พื้นที่ลุ่มน้ำสาขา ห้วยน้ำทวย มีพื้นที่ประมาณ 83,036 ตร.กม. อยู่ในพื้นที่อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร อำเภอโพนสวรรค์ อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม สามารถแบ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำย่อย   ได้ 2 ลุ่มน้ำ คือ ห้วยทวยตอนบน และห้วยทวยตอนล่าง

สภาพพื้นที่มีแม่น้ำสายหลัก คือ ห้วยทวย มีพื้นที่ชลประทานทั้งหมด 50,713  ไร่

7. น้ำพุง

พื้นที่ลุ่มน้ำสาขา น้ำพุง มีพื้นที่ประมาณ 963,78 ตร.กม. อยู่ในพื้นที่อำเภอภูพาน อำเภอเต่างอย อำเภอเมือง อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร สามารถแบ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำย่อย ได้ 2 ลุ่มน้ำ คือ น้ำพุงตอนบน และน้ำพุงตอนล่าง

สภาพพื้นที่มีแม่น้ำสายหลัก คือ น้ำพุง มีพื้นที่ชลประทานทั้งหมด 82,884 ไร่

8. ลำน้ำก่ำ

พื้นที่ลุ่มน้ำสาขา ลำน้ำก่ำ มีพื้นที่ประมาณ 2,502.75 ตร.กม. อยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอโพนนาแก้ว อำเภอโคกศรีสุวรรณ จังหวัดสกลนคร กิ่งอำเภอวังยาง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม สามารถแบ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำย่อย ได้ 6 ลุ่มน้ำ คือ ลำน้ำก่ำส่วนที่ 1 ลำน้ำก่ำส่วนที่ 2 น้ำบังตอนบน น้ำบังตอนล่าง     ลำน้ำก่ำส่วนที่ 3 และลำน้ำก่ำส่วนที่ 4 

สภาพพื้นที่มีแม่น้ำสายหลัก คือ ลำน้ำก่ำ น้ำบัง มีพื้นที่ชลประทานทั้งหมด 226,064 ไร่

9. แม่น้ำโขงส่วนที่ 8

พื้นที่ลุ่มน้ำสาขา แม่น้ำโขงส่วนที่ 8 มีพื้นที่ประมาณ 1,090.93 ตร.กม. อยู่ในพื้นที่อำเภอท่าอุเทน อำเภอโพนสวรรค์ อำเภอเมือง อำเภอปลาปาก อำเภอธาตุพนม อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม สามารถแบ่งเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำย่อย ได้ 3 ลุ่มน้ำ คือ ห้วยบ่อ ห้วยบังกอ ห้วยบังฮวก

สภาพพื้นที่มีแม่น้ำสายหลัก คือ แม่น้ำโขง ห้วยบ่อ ห้วยบังกอ ห้วยบังฮวก มีพื้นที่ชลประทานทั้งหมด 82,031 ไร่

10. ห้วยฮี้

พื้นที่ลุ่มน้ำสาขา ห้วยฮี้ มีพื้นที่ประมาณ 730.30 ตร.กม. อยู่ในพื้นที่อำเภอศรีวิไล อำเภอเซกา อำเภอเมืองบึงกาฬ  อำเภอบึงโขงหลง อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม

11. ห้วยคอง

พื้นที่ลุ่มน้ำสาขา ห้วยคอง มีพื้นที่ประมาณ 711.90 ตร.กม. อยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอพรเจริญ

 

ข่าวประชาสัมพันธ์

มิถุนายน 2563

 

พฤษภาคม 2563

 

กุมภาพันธ์ 2563

 

ธันวาคม 2562

 

ตุลาคม 2562